Custom Search

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

Hummingbird

P. Comte de Buffon นักชีววิทยาชาวฝรั่งเศสผู้เคยมีชีวิตอยู่ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่18ได้เคยเอ่ยถึงนกฮัมมิงเบิร์ด (hummingbird) ว่าเป็นนกที่ธรรมชาติได้ประทานพรสวรรค์ให้มากเป็นพิเศษ เพราะมันมีลีลาการบินที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก

ความสามารถเฉพาะตัวของมันในการดูดกินน้ำหวานจากดอกไม้ในขณะที่ลอยตัวอยู่ในอากาศยังต้องอาศัยการปรับตัวของสมองเป็นพิเศษด้วย มันสามารถมองเห็นช่วงแสงของรังสีอัลตราไวโอเลตได้ดียิ่งกว่านกชนิดอื่นๆ (บางทีอาจช่วยในเรื่องการจดจำดอกไม้) และสมองที่รับผิดชอบในเรื่องการปรับภาพให้คมชัดของมันยังมีขนาดใหญ่ด้วย แม้จะมีกระแสลมที่เกิดจากการกระพือปีกถึง 200 ครั้ง ต่อวินาทีก็ตาม นอกจากจะเฉลียวฉลาดแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดตัว นกฮัมมิ่งเบิร์ดนับว่าเป็นสัตว์ที่มีหัวใจขนาดใหญ่ที่สุดและมีอัตราการเผาผลาญพลังงานที่ดีที่สุด ในหนึ่งนาทีหัวใจของมันจะเต้นได้ถึง 1,200 ครั้ง และมันอาจหายใจเข้าได้ถึง 500 ครั้ง

เทคนิคในการบินของมันใกล้เคียงกับผื้งมากกว่านกชนิดอื่นๆ หัวไหล่ที่มีลักษณะเป็นข้อต่อทรงกลมทำให้มันสามารถหมุนปีกได้ 180 องศาในทุกทิศทาง ในขณะที่มันลอยอยู่กลางอากาศ ส่วนปลายของปีกจะเคลื่อนที่ในแนวระนาบ ทำให้เกิดการกระพือปีกขึ้นๆ ลงๆ เหมือนนกเกือบทุกชนิด นั่นหมายความว่า มันลอยตัวขึ้นได้ในทั้งสองจังหวะ ซึ่งทำให้สามารถบินไปข้างหน้า บินถอยหลัง หรือบินกลับหัวก็ยังได้ ในแต่ละวันเพื่อให้สามารถบินได้อย่างนั้น อย่างน้อยมันต้องกินน้ำหวาน (เพื่อให้ได้พลังงาน) และแมลง(เพื่อให้ได้โปรตีน) ในปริมาณที่เท่ากับน้ำหนักตัว นั่นหมายถึงการไปเยี่ยมเยือนดอกไม้ถึง 1,500 ดอกโดยเฉลี่ย เนื่องจากการบินเช่นนี้ทำให้ร่างกายต้องขับน้ำออกมาในปริมาณมาก นกฮัมมิ่งเบิร์ด จึงปัสสาวะออกมาอย่างต่อเนื่อง
เท้าขนาดจิ๋วของมันไม่มีประโยชน์เมื่ออยู่บนพื้น ดังนั้น มันจึงใช้เวลาร้อยละ 75 ของวันไปกับการเกาะอยู่บนกิ่งไม้เพื่อประหยัดพลังงาน ในตอนกลางคืน นกฮัมมิ่งเบิร์ดบางชนิดจะเข้าสู่ภาวะประหยัดพลังงาน ซึ่งอาจนับว่าเป็นการจำศีลชั่วคราว ในภาวะดังกล่าว การเผาผลาญพลังงานในร่างกายจะลดลงอย่างฮวบฮาบและอุณหภูมิของร่างกายจะลดลงเกือบครึ่งหนึ่งด้วย

ขนของนกฮัมมิ่งเบิร์ดจะมีสองสีพื้นฐานคือ สีน้ำตาลแดงกับสีดำ แถบสีอันน่าอัศจรรย์ใจของมันที่เราเห็นเกิดจากเม็ดสีเมลามินและฟองอากาศเล็กๆ ภายใจขนที่สะท้อนแสง ซึ่งทำให้เกิดเป็นสีแวววาวเหมือนโลหะ แสงจะต้องส่องลงมาบนขนที่มีสีเหมือนรุ้งในมุมที่ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นจะเห็นแค่สี “ย้อม” ตุ่นๆ เท่านั้น

นกชนิดนี้มีลำตัวเล็ก น่ารัก คือมีความยาวไม่เกิน 6 เซนติเมตร มันมีปากที่ยาวเรียวและแหลม ปีกเล็กๆ ของมันสามารถกระพือได้เร็วถึง 80 ครั้ง/วินาที ทำให้มันสามารถลอยนิ่งอยู่ในอากาศและบินถอยกลังก็ยังได้

เราพบเห็นนกชนิดนี้ได้ทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 5o เหนือและใต้ ถิ่นอาศัยของมันคือป่าที่มีภูเขา คนฝรั่งเศสเรียกมันว่า oiseaumouche แปลว่า นกที่ใหญ่กว่าแมลงวัน มันคือ beija flor ของคนสเปน ซึ่งหมายถึงนกที่จุมพิตดอกไม้ และคนคิวบาเรียนเรียกมันตรงไปตรงมาว่า zum zum ตามเสียงที่เขาได้ยินเวลามันบิน

นกฮัมมิงเบิร์ดตัวเมีย ตามปกติมีขนาดใหญ่กว่าตัวเล็กกว่าตัวผู้เล็กน้อย มันเป็นนกที่รักสันโดษ รู้จักรักและหวงแหนถิ่นอาศัยของมันมาก เมื่อใดก็ตามที่มันพบว่านกอื่นบุกรุกที่ที่มันเป็นเจ้าของ มันจะต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์ นิสัยไม่ยอมและชอบต่อสู้นี้เอง ได้ทำให้ชาวอินเดียนเผ่า Astec ตั้งชื่อเทพเจ้าแห่งสงครามตามชื่อของฮัมมิ่งเบิร์ด
ในช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน ฮัมมิงเบิร์ดจะเริ่มผสมพันธุ์ โดยจะใช้เวลานานไม่เกิน 2-3 วินาที มันทำรังโดยใช้ เช่น เปลือกไม้ และตะไคร่ ไข่ของมันมีขนาดเล็กกว่าเม็ดกาแฟ และจะต้องการฟักนาน 12-16 วัน

นกฮัมมิงเบิร์ดมักไม่ชอบการอพยพ แต่จะมีบางชนิดที่บินอพยพไกลเป็นพันกิโลเมตร จากบริเวณที่มีอากาศหนาวไปวางไข่ในบริเวณที่มีอากาศอบอุ่น ถึงแม้ว่าตัวของมันจะเล็ก แต่มันก็สามารถบินได้ไกลกว่าและนานกว่าสัตว์อื่นที่มีขนาดตัวใหญ่กว่ามันมาก เมื่อใกล้กำหนดที่มันจะอพยพ มันจะกินอาหารล่วงหน้าให้น้ำหนักตัวเพิ่มถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ก็เพื่อสะสมไขมันที่มันจะต้องใช้ในการเดินทางไกล เปรียบเทียบกับคนที่หนัก 75 กิโลกรัมเขาจะต้องกินอาหารจนกระทั่งมีน้ำหนัก 110 กิโลกรัมให้ได้ภายใน 3 สัปดาห์จึงจะเก่งเท่านก

แต่คุณสมบัติที่โดดเด่นและน่าสนใจที่สุดคือ ความสามารถในการเก็บสะสมและปลดปล่อยพลังงานภายในตัวของมัน
ในวารสาร Nature ฉบับเดือนพฤสจิกายน พ.ศ. 2538 R. Dudley แห่งมหาวิทยาลัย Taxas ในสหรัฐอเมริกาได้รายงานผลการทดลองที่แสดงให้เห็นว่า ฮัมมิ่งเบิร์ดมีพลังงานสะสมในร่างกายสูงมากกว่าสัตว์เลือดอุ่นที่มีกระดูกสันหลังทุกชนิดในโลก เพราะมันสามารถปล่อยพลังงานได้ถึง 133 วัตต์ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ในขณะที่คนสามารถถ่านเทพลังงานออกมาได้เพียง 15 วัตต์ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

Dudley ได้ให้ฮัมมิงเบิร์ดบินอยู่ในอากาศที่มีก๊าซฮีเลียมและออกซิเจน ดังนั้นอากาศที่เขาใช้ในการทดลองนี้จะมีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศธรรมดา เมื่อเป็นเช่นนี้ฮัมมิงเบิร์ดต้องใช้พลังงานในการบินมากกว่าปกติเพื่อให้ตัวลอยอยู่ในอากาศได้ เมื่อเวลาผ่านไปความหนาแน่นของออกซิเจนในห้องทดลองจะลดลงๆ จนถึงระดับหนึ่ง ฮัมมิงเบิร์ดจะหมดแรงบิน ณ เวลานั้น Dudley รู้ทันทีว่าพลังงานนกมีมากที่สุด เป็นเท่าไรตัวเลขที่เขาได้ทำให้เขารู้ว่า หากคนจะมีพลังงานเท่านกเล็กชนิดนี้ เขาต้องมีกำลังถึง 40 กำลังม้า โดยจะต้องกินอาหารวันละ 130 กิโลกรัม และต้องสามารถกำจัดพลังงานความร้อนในร่างกายให้หมดอย่างรวดเร็ว เพราะมิฉะนั้นร่างกายจะมีอุณหภูมิร่างกายจะสูงถึง 400 องศาเซลเซียส

Comet de Buffon มิได้พูดอะไรเพ้อเจ้อ ฮัมมิงเบิร์ดได้รับพรสวรรค์จากพระผู้เป็นเจ้า จริง ๆ


เรียบเรียงข้อมูลโดย menmen

รายการบล็อกของฉัน